วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

บันทึกหลังเรียนครั้งที่  4
วัน พุธ ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ดอกไม้สวยขยับได้
เนื้อหาที่เรียนรู้

6. เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ (Children with Learning Disabilities) 
-เรียกย่อ ๆ ว่า L.D. (Learning Disability) 
-เด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้เฉพาะอย่าง 
-ไม่นับรวมเด็กที่มีปัญหาเพียงเล็กน้อยทางการเรียน เด็กที่มีปัญหาเนื่องจากความพิการ หรือความบกพร่องทางร่างกาย 

    สาเหตุของ LD
-ความผิดปกติของการทำงานของสมองที่ไม่สามารถถอดรหัสตัวอักษรออกมาได้ (เชื่อมโยงภาพ ตัวอักษรเข้ากับเสียงไม่ได้)
-กรรมพันธุ์

1. ด้านการอ่าน (Reading Disorder)
-หนังสือช้า ต้องสะกดทีละคำ
-อ่านออกเสียงไม่ชัด ออกเสียงผิด หรืออาจข้ามคำที่อ่านไม่ได้ไปเลย
-ไม่เข้าใจเนื้อหาที่อ่าน หรือจับใจความสำคัญไม่ได้

ลักษณะของเด็ก LD ด้านการอ่าน
-อ่านช้า อ่านคำต่อคำ ต้องสะกดคำจึงจะอ่านได้
-อ่านออกเสียงไม่ชัดเจน
-เดาคำเวลาอ่าน
-อ่านข้าม อ่านเพิ่มคำ อ่านผิดประโยคหรือผิดตำแหน่ง
-อ่านโดยไม่เน้นคำ หรือเน้นข้อความบางตอน
-ผันเสียงวรรณยุกต์ไม่ได้
-ไม่รู้ความหมายของเรื่องที่อ่าน
-เล่าเรื่องที่อ่านไม่ได้ จับใจความสำคัญไม่ได้

2. ด้านการเขียน Writing Disorder
-เขียนตัวหนังสือผิด สับสนเรื่องการม้วนหัวอักษร เช่น จาก ม เป็น น หรือจาก ภ เป็น ถ เป็นต้น
-เขียนตามการออกเสียง เช่น ประเภท เขียนเป็น ประเพด
-เขียนสลับ เช่น สถิติ เขียนเป็น สติถิ

ลักษณะของเด็ก LD ด้านการเขียน
-ลากเส้นวนๆ ไม่รู้ว่าจะม้วนหัวเข้าในหรือออกนอก ขีดวนๆ ซ้ำๆ
-เรียงลำดับอักษรผิด เช่น สถิติ เป็น สติถิ
-เขียนพยัญชนะหรือตัวเลขสลับกัน 
     เช่น ม-น, ภ-ถ, ด-ค, พ-ผ, b-d, p-q, 6-9
-เขียนพยัญชนะ ก-ฮ ไม่ได้ แต่บอกให้เขียนเป็นตัวๆได้
-เขียนพยัญชนะ หรือ ตัวเลขกลับด้าน คล้ายมองจากกระจกเงา
-เขียนคำตามตัวสะกด เช่น เกษตร เป็น กะเสด
-จับดินสอหรือปากกาแน่นมาก
-สะกดคำผิด โดยเฉพาะคำพ้องเสียง ตัวสะกดแม่เดียวกัน ตัวการันต์
-เขียนหนังสือช้าเพราะกลัวสะกดผิด
-เขียนไม่ตรงบรรทัด ขนาดตัวอักษรไม่เท่ากัน ไม่เว้นขอบ ไม่เว้นช่องไฟ
-ลบบ่อยๆ เขียนทับคำเดิมหลายครั้ง

3. ด้านการคิดคำนวณ (Mathematic Disorder)
-ตัวเลขผิดลำดับ
-ไม่เข้าใจเรื่องการทดเลขหรือการยืมเลขเวลาทำการบวกหรือลบ
-ไม่เข้าหลักเลขหน่วย สิบ ร้อย
-แก้โจทย์ปัญหาเลขไม่ได้

ลักษณะของเด็ก LD ด้านการคำนวณ

-ไม่เข้าใจค่าของตัวเลขเช่นหลักหน่วยสิบร้อยพันหมื่นเป็นเท่าใด

-นับเลขไปข้างหน้าหรือถอยหลังไม่ได้

-คำนวณบวกลบคูณหารโดยการนับนิ้ว
-จำสูตรคูณไม่ได้
-เขียนเลขกลับกันเช่น13เป็น31
-ทดไม่เป็นหรือยืมไม่เป็น
-ตีโจทย์เลขไม่ออก
-คำนวณเลขจากซ้ายไปขวาแทนที่จะทำจากขวาไปซ้าย
-ไม่เข้าใจเรื่องเวลา

4. หลายๆ ด้านร่วมกัน
อาการที่มักเกิดร่วมกับ LD
-แยกแยะขนาดสีและรูปร่างไม่ออก
-มีปัญหาความเข้าใจเกี่ยวกับเวลา
-เขียน/อ่านตัวอักษรสลับซ้าย-ขวา
-งุ่มง่ามการประสานงานของกล้ามเนื้อไม่ดี
-การประสานงานของสายตา-กล้ามเนื้อไม่ดี
-สมาธิไม่ดี (เด็ก LD ร้อยละ 15-20 มีสมาธิสั้น ADHD ร่วมด้วย)
-เขียนตามแบบไม่ค่อยได้
-ทำงานช้า
-การวางแผนงานและจัดระบบไม่ดี
-ฟังคำสั่งสับสน
-คิดแบบนามธรรมหรือคิดแก้ปัญหาไม่ค่อยดี
-ความคิดสับสนไม่เป็นขั้นตอน
-ความจำระยะสั้น/ยาวไม่ดี
-ถนัดซ้ายหรือถนัดทั้งซ้ายและขวา
-ทำงานสับสนไม่เป็นขั้นตอน
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ดอกไม้สวยขยับได้

7. ออทิสติก (Autistic)  หรือ ออทิซึ่ม (Autism) 
-เด็กที่ไม่สามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น 
-ไม่สามารถเข้าใจคำพูด ความรู้สึกและความต้องการของผู้อื่น 
-ไม่สามารถที่จะสื่อสารกับคนรอบข้างและสังคม 
-เด็กออทิสติกแต่ละคนจะมีเอกลักษณ์ของตนเอง
-ติดตัวเด็กไปตลอดชีวิต
"ไม่สบตา ไม่พาที ไม่ชี้นิ้ว" 
-ทักษะภาษา
-ทักษะทางสังคม
-ทักษะการเคลื่อนไหว 
-ทักษะการรับรู้เกี่ยวกับรูปทรง ขนาดและพื้นที่ 

ลักษณะของเด็กออทิสติก 
-อยู่ในโลกของตนเอง
-ไม่เข้าไปหาใครเพื่อให้ปลอบใจ
-ไม่เข้าไปเล่นในกลุ่มเพื่อน 
-ไม่ยอมพูด
-เคลื่อนไหวแบบซ้ำๆ

เกณฑ์การวินิจฉัยออทิสติก องค์การอนามัยโลกและสมาคมจิตแพทย์อเมริกา

ความผิดปกติของปฏิสัมพันธ์ทางสังคมอย่างน้อย 2 ข้อ
-ไม่สามารถใช้ภาษาท่าทางสื่อสารทางสังคมกับบุคคลอื่น
-ไม่สามารถสร้างสัมพันธภาพกับบุคคลให้เหมาะสมตามวัย
-ขาดความสามารถในการแสวงหาการมีกิจกรรม ความสนใจ และความสนุก สนานร่วมกับผู้อื่น
-ขาดทักษะการสื่อสารทางสังคมและทางอารมณ์กับบุคคลอื่น

ความผิดปกติด้านการสื่อสารอย่างน้อย 1 ข้อ
-มีความล่าช้าหรือไม่มีการพัฒนาในด้านภาษาพูด
-ในรายที่สามารถพูดได้แล้วแต่ไม่สามารถที่จะเริ่มต้นบทสนทนาหรือโต้ตอบบทสนทนากับผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม
-พูดซ้ำๆ หรือมีรูปแบบจำกัดในการใช้ภาษา เพื่อสื่อสารหรือส่งเสียงไม่เป็นภาษาอย่างไม่เหมาะสม
-ไม่สามารถเล่นสมมุติหรือเล่นลอกตามจินตนาการได้เหมาะสมกับระดับพัฒนาการ

มีพฤติกรรม ความสนใจ และกิจกรรมที่ซ้ำๆ และจำกัด อย่างน้อย 1 ข้อ
-มีความสนใจที่ซ้ำๆ อย่างผิดปกติ
-มีกิจวัตรประจำวันหรือกฎเกณฑ์ที่ต้องทำโดยไม่สามารถยืดหยุ่นได้ ถึงแม้ว่ากิจวัตรหรือกฎเกณฑ์นั้นจะไม่มีประโยชน์
-มีการเคลื่อนไหวร่างกายซ้ำๆ
-สนใจเพียงบางส่วนของวัตถุ

พฤติกรมการทำซ้ำ
-นั่งเคาะโต๊ะ หรือโบกมือนานเป็นชั่วโมง
-นั่งโยกหน้าโยกหลังเป็นเวลานาน
-วิ่งเข้าห้องนี้ไปห้องโน้น
-ไม่ยอมให้เปลี่ยนสิ่งแวดล้อม

ออทิสติกเทียม
-ปล่อยให้เป็นพี่เลี้ยงดูแลหรืออยู่กับผู้สูงอายุ 
-ปล่อยให้ลูกอยู่กับไอแพด
-ดูการ์ตูนในทีวี

Autistic Savant
-กลุ่มที่คิดด้วยภาพ (visual thinker) 
     จะใช้การการคิดแบบอุปนัย (bottom up thinking) 
-กลุ่มที่คิดโดยไม่ใช้ภาพ (music, math and memory thinker) 
    จะใช้การคิดแบบนิรนัย (top down thinking


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ดอกไม้สวยขยับได้
ประเมินตนเอง
มาเรียยนตรงเวลา
แต่งตัวถูกต้องตามระเบียบ
ตั้งใจเรียนและทำงานที่ได้รับมอบหมาย
ประเมินเพื่อน
เพื่อนๆตั้งใจเรียนแต่งตัวถูกต้องตามระเบียบและตั้งใจฟังที่อาจารย์สอน
ประเมินอาจารย์ 
อาจารย์สอนเข้าใจง่ายใช้คำเหมาะสมนักศึกษาสอนสนุกไม่น่าเบื่อ

บันทึกหลังเรียนครั้งที่  3
วัน พุธ ที่ 25 มกราคม 2560
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ดอกไม้สวยขยับได้


เนื้อหาที่ได้เรียน

4. เด็กที่มีความบกพร่องทางการพูดและภาษา (Children with Speech and Language Disorders)
       หมายถึง เด็กที่มีความบกพร่องซึ่งเกิดจากการพูดผิดปกติ ในด้านความชัดเจนในการปรับปรุงแต่งระดับและคุณภาพของเสียง จังหวะและขั้นตอนของเสียงพูด
1. ความบกพร่องในด้านการปรุงเสียง (Articulator Disorders) "ความ" เป็น "คาม"      "กิน" "จิน"  กวาด ฟาด    "หกล้ม" เป็น "หก-กะ-ล้ม"     "แล้ว" เป็น "แล่ว"
2. ความบกพร่องของจังหวะและขั้นตอนของเสียงพูด (speech Flow Disorders)
พูดไม่ถูกตามลำดับขั้นตอน    การเว้นวรรคตอนไม่ถูกต้อง    พูดเร็วหรือช้าเกินไป     เสียงพูดขาดความต่อเนื่อง
3. ความบกพร่องของเสียงพูด (Voice Disorders)
ความบกพร่องของระดับเสียง    เสียงดังหรือค่อยเกินไป     คุณภาพของเสียงไม่ดี
4.ความบกพร่องทางภาษา  หมายถึง การขาดความสามารถที่จะเข้าใจความหมายของคำพูด และ/หรือไม่สามารถแสดงความคิดออกมาเป็นถ้อยคำได้
1.การพัฒนาการทางภาษาช้ากว่าวัย (Delayed Language)  
2.ความผิดปกติทางการพูดและภาษาอันเนื่องมาจากพยาธิสภาพที่สมอง โดยทั่วไปเรียกว่าDysphasia หรือ aphasia


Gerstmann’s syndrome
      ไม่รู้ชื่อนิ้ว (finger agnosia)
      ไม่รู้ซ้ายขวา (allochiria)
      คำนวณไม่ได้ (acalculia)
      เขียนไม่ได้ (agraphia)
      อ่านไม่ออก (alexia)
5. เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ (Children with Physical and Health Impairments)
เด็กที่มีอวัยวะไม่สมส่วน    อวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งหายไป     เจ็บป่วยเรื้อรังรุนแรง    มีปัญหาทางระบบประสาท     มีความลำบากในการเคลื่อนไหว
โรคลมชัก (Epilepsy)
เป็นลักษณะอาการที่เกิดเนื่องมาจากความผิดปกติของระบบสมอง   มีกระแสไฟฟ้าที่ผิดปกติและมากเกินปล่อยออกมาจากเซลล์สมองพร้อมกัน
1.การชักในช่วงเวลาสั้น ๆ (Petit Mal)
2.การชักแบบรุนแรง (Grand Mal)
3.อาการชักแบบ Partial Complex
4.อาการไม่รู้สึกตัว (Focal Partial)
5.ลมบ้าหมู (Grand Mal)
การปฐมพยาบาลขั้นพื้นฐาน ในกรณีเด็กมีอาการชัก
-จับเด็กนอนตะแคงขวาบนพื้นราบที่ไม่มีของแข็ง
-ไม่จับยึดตัวเด็กขณะชัก
-หาหมอนหรือสิ่งนุ่มๆรองศีรษะ
-ดูดน้ำลาย เสมหะ เศษอาหารออกจากปาก เพื่อให้ทางเดินหายใจโล่ง
-จัดเสื้อผ้าเด็กให้หลวม
-ห้ามนำวัตถุใดๆใส่ในปาก
ซี.พี. (Cerebral Palsy)
1.กลุ่มแข็งเกร็ง (spastic)
spastic hemiplegia อัมพาตครึ่งซีก
spastic diplegia อัมพาตครึ่งท่อนบน
spastic paraplegiaอัมพาตครึ่งท่อนบน
spastic quadriplegia อัมพาตทั้งตัว
2.กลุ่มที่มีการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นเอง(athetoid , ataxia)
athetoid อาการขยุกขยิกช้า ๆ หรือเคลื่อนไหวเร็วๆที่เท้า แขน มือ หรือที่ใบหน้าของ เด็กบางรายอาจมีคอเอียง ปากเบี้ยวร่วมด้วย
ataxia มีความผิดปกติในการทรงตัวของร่างกาย กล้ามเนื้อทำงานไม่ประสานกัน
3. กลุ่มอาการแบบผสม (Mixed) 
ลักษณะของเด็กบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ
-มีปัญหาเกี่ยวกับการทรงตัว
-ท่าเดินคล้ายกรรไกร
-เดินขากะเผลก หรืออึดอาดเชื่องช้า
-ไอเสียงแห้งบ่อย ๆ
-มักบ่นเจ็บหน้าอก บ่นปวดหลัง
-หน้าแดงง่าย มีสีเขียวจางบนแก้ม ริมฝีปากหรือปลายนิ้ว
-หกล้มบ่อย ๆ
-หิวและกระหายน้าอย่างเกินกว่าเหตุ
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ดอกไม้สวยขยับได้

ประเมินตนเอง
มาเรียยนตรงเวลา
แต่งตัวถูกต้องตามระเบียบ
ตั้งใจเรียนและทำงานที่ได้รับมอบหมาย
ประเมินเพื่อน
เพื่อนๆตั้งใจเรียนแต่งตัวถูกต้องตามระเบียบและตั้งใจฟังที่อาจารย์สอน
ประเมินอาจารย์ 
อาจารย์สอนเข้าใจใช้คำพูดที่เข้าใจง่ายเป็นกันเองกับนักศึกษาและสอนสนุกไม่น่าเบื่อ                              

บันทึกหลังเรียนครั้งที่  2
วัน พุธ ที่ 18 มกราคม 2560

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ดอกไม้สวยขยับได้

เนื้อหาที่ได้เรียน

   


ประเภทของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ   แบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ
          1.กลุ่มเด็กที่มีลักษณะทางความสามารถสูง มีความเป็นเลิศทางสติปัญญา เรียกโดยทั่ว ๆ ไปว่า “เด็กปัญญาเลิศ”
เด็กปัญญาเลิศ (Gifted Child)
-เด็กที่มีความสามารถทางสติปัญญา
-มีความถนัดเฉพาะทางสูงกว่าเด็กในวัยเดียวกัน
         2.กลุ่มเด็กที่มีลักษณะทางความบกพร่อง
1.เด็กที่บกพร่องทางสติปัญญา   หมายถึง เด็กที่มีระดับสติปัญญา หรือเชาว์ปัญญาต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยเมื่อเทียบเด็กในระดับอายุเดียวกัน มี 2 กลุ่ม คือ เด็กเรียนช้า และเด็กปัญญาอ่อน
เด็กเรียนช้า
                - สามารถเรียนในชั้นเรียนปกติได้
                - เด็กที่มีความสามารถในการเรียนล่าช้ากว่าเด็กปกติ
                - ขาดทักษะในการเรียนรู้
                - มีความบกพร่องทางสติปัญญาเพียงเล็กน้อย
                - มีระดับสติปัญญา (IQ) ประมาณ 71-90
สาเหตุของการเรียนช้า
       1.ภายนอก 
               -เศรษฐกิจของครอบครัว
              -การสร้างเสริมประสบการณ์ให้แก่เด็ก
              -สภาวะทางด้านอารมณ์ของคนในครอบครัว
              -การเข้าเรียนไม่สม่ำเสมอ
              -วิธีการสอนไม่มีประสิทธิภาพ
        2. ภายใน
              -พัฒนาการช้า
              -การเจ็บป่วย
เด็กปัญญาอ่อน
              - ระดับสติปัญญาต่ำ
              - พัฒนาการล่าช้าไม่เหมาะสมกับวัย
              - มีพฤติกรรมการปรับตนบกพร่อง
              - อาการแสดงก่อนอายุ 18
เด็กปัญญาอ่อน   แบ่งตามระดับสติปัญญา (IQ) ได้ 4 กลุ่ม
1. เด็กปัญญาอ่อนขนาดหนักมาก IQ ต่ำกว่า 20
        - ไม่สามารถเรียนรู้ทักษะด้านต่าง ๆ ได้เลย
        - ต้องการเฉพาะการดูแลรักษาพยาบาลเท่านั้น
2. เด็กปัญญาอ่อนขนาดหนัก IQ 20-34
        -ไม่สามารถเรียนได้ ต้องการเฉพาะการฝึกหัดการช่วยเหลือตัวเองในกิจวัตรประจำวันเบื้องต้นง่าย ๆ
        -กลุ่มนี้เรียกโดยทั่วไปว่า C.M.R (Custodial Mental Retardation)
3. เด็กปัญญาอ่อนขนาดปานกลาง IQ 35-49
        - พอที่จะฝึกอบรมและเรียนทักษะเบื้องต้นง่าย ๆ ได้
        - สามารถฝึกอาชีพ หรือทำงานง่าย ๆ ที่ไม่ต้องใช้ความละเอียดลออได้
        - เรียกโดยทั่วไปว่า T.M.R (Trainable Mentally Retarded)
4. เด็กปัญญาอ่อนขนาดน้อย IQ 50-70
        -เรียนในระดับประถมศึกษาได้
        -สามารถฝึกอาชีพและงานง่าย ๆ ได้
        -เรียกโดยทั่ว ๆ ไปว่า E.M.R (Educable Mentally Retarded)
                
            ดาวน์ซินโดรม Down Syndrome  เกิดจาก  ความผิดปกติของโครโมโซมคู่ที่ 21 ที่พบบ่อยคือโครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมา 1 แท่ง (Trisomy 21)
อาการ    
           ศีรษะเล็กและแบน  คอสั้น    หน้าแบน ดั้งจมูกแบน     ตาเฉียงขึ้น ปากเล็ก     ใบหูเล็กและอยู่ต่ำ รูหูส่วนนอกจะตีบกว่าปกติ    เพดานปากโค้งนูน ขากรรไกรบนไม่เจริญเติบโต     ช่องปากแคบ ลิ้นยื่น ฟันขึ้นช้าและไม่เป็นระเบียบ    มือแบนกว้าง นิ้วมือสั้น     เส้นลายมือตัดขวาง นิ้วก้อยโค้งงอ

การตรวจวินิจฉัยก่อนคลอดกลุ่มอาการดาวน์
          -การเจาะเลือดของมารดาในระหว่างที่ตั้งครรภ์
          -อัลตราซาวด์  
          -การตัดชิ้นเนื้อรก
          -การเจาะน้ำคร่ำ 
2. เด็กที่บกพร่องทางการได้ยิน   หมายถึง เด็กที่มีความบกพร่อง หรือสูญเสียการได้ยิน เป็นเหตุให้การรับฟังเสียงต่าง ๆ ได้ไม่ชัดเจน มี 2 ประเภท คือ เด็กหูตึง และ เด็กหูหนวก

เด็กหูตึง หมายถึง เด็กที่สูญเสียการได้ยิน แต่สามารถรับข้อมูลได้ โดยใช้เครื่องช่วยฟัง จำแนกกลุ่มย่อยได้ 4 กลุ่ม
       1.เด็กหูตึงระดับน้อย ได้ยินตั้งแต่ 26-40 dB
       2. เด็กหูตึงระดับปานกลาง ได้ยินตั้งแต่ 41-55 dB
       3. เด็กหูตึงระดับมาก ได้ยินตั้งแต่ 56-70 dB 
       4. เด็กหูตึงระดับรุนแรง ได้ยินตั้งแต่ 71-90 dB

3. เด็กที่บกพร่องทางการเห็น (Children with Visual Impairments)
เด็กตาบอด 
- เด็กที่ไม่สามารถมองเห็นได้เลย หรือมองเห็นบ้าง
 - ต้องใช้ประสาทสัมผัสอื่นในการเรียนรู้ 
 - มีสายตาข้างดีมองเห็นได้ในระยะ 6/60 , 20/200 ลงมาจนถึงบอดสนิท 
 - มีลานสายตาโดยเฉลี่ยอย่างสูงสุดแคบกว่า 5 องศา
 เด็กตาบอดไม่สนิท 
- เด็กที่มีความบกพร่องทางสายตา 
 - สามารถมองเห็นบ้างแต่ไม่เท่ากับเด็กปกติ 
 - เมื่อทดสอบสายตาข้างดีจะอยู่ในระดับ 6/18, 20/60, 6/60, 20/200 หรือน้อยกว่านั้น 
 - มีลานสายตาโดยเฉลี่ยอย่างสูงสุดกว้างไม่เกิน 30 องศา

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ดอกไม้สวยขยับได้


สิ่่งที่ได้รับ  
ประเภทของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ   แบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ
          1.กลุ่มเด็กที่มีลักษณะทางความสามารถสูง มีความเป็นเลิศทางสติปัญญา เรียกโดยทั่ว ๆ ไปว่า “เด็กปัญญาเลิศ”
เด็กปัญญาเลิศ (Gifted Child)
-เด็กที่มีความสามารถทางสติปัญญา
-มีความถนัดเฉพาะทางสูงกว่าเด็กในวัยเดียวกัน
         2.กลุ่มเด็กที่มีลักษณะทางความบกพร่อง
ประเมินตนเอง
มาเรียยนตรงเวลา
แต่งตัวถูกต้องตามระเบียบ
ตั้งใจเรียนและทำงานที่ได้รับมอบหมาย
ประเมินเพื่อน
เพื่อนๆตั้งใจเรียนแต่งตัวถูกต้องตามระเบียบและตั้งใจฟังที่อาจารย์สอน
ประเมินอาจารย์ 
อาจารย์สอนเข้าใจใช้คำพูดที่เข้าใจง่ายเป็นกันเองกับนักศึกษาและสอนสนุกไม่น่าเบื่อ


วันจันทร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2560


บันทึกหลังเรียนครั้งที่  1
วัน พุธ ที่ 11 มกราคม 2560

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ดอกไม้สวยขยับได้

เนื้อหาที่เรียน
     อาจารย์ได้อธิบายในรายวิชา การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย  และข้อตกลงในการเรียนวิชานี้



ความหมายของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ

ทางการแพทย์     มักจะเรียกเด็กที่มีความต้องการพิเศษว่า เด็กพิการ” หมายถึง    เด็กที่มีความผิดปกติ มีความบกพร่อง สูญเสีย สมรรถภาพ อาจเป็นความผิดปกติ ความบกพร่องทางกาย การสูญเสียสมรรถภาพทางสติปัญญา ทางจิตใจ  
ทางการศึกษา   หมายถึง   เด็กที่มีความต้องการทางการศึกษาเฉพาะของตัวเอง ซึ่งจำเป็นต้องจัดการศึกษาให้ต่างไปจากเด็กปกติทางด้านเนื้อหา หลักสูตร กระบวนการที่ใช้ และการประเมินผล

พฤติกรรมและพัฒนาการของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ
พัฒนาการ
        การเปลี่ยนแปลงในด้านการทำหน้าที่และวุฒิภาวะของอวัยวะต่างๆรวมทั้งตัวบุคคลทำให้สามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
   -เด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการ
   -เด็กที่มีพัฒนาการล่าช้ากว่าเด็กปกติในวัยเดียวกัน
   -พัฒนาการล่าช้าอาจพบเพียงด้านใดด้านหนึ่ง หลายด้าน หรือทุกด้าน
   -พัฒนาการล่าช้าในด้านหนึ่งอาจส่งผลให้พัฒนาการในด้านอื่นล่าช้าด้วยก็ได้

ปัจจัยที่มีผลต่อพัฒนาการเด็ก
   -ปัจจัยทางด้านชีวภาพ 
   -ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมก่อนคลอด     
   -ปัจจัยด้านกระบวนการคลอด      
   -ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมหลังคลอด

สาเหตุที่ทำให้เกิดความบกพร่องทางพัฒนาการ
   -พันธุกรรม
        -โรคของระบบประสาท
        -การติดเชื้อ 
        -ความผิดปกติเกี่ยวกับเมตาบอลิซึม
        -ภาวะแทรกซ้อนระยะแรกเกิด
        -สารเคมี
        -การเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสมรวมทั้งการขาดสารอาหาร
        -สาเหตุอื่นๆ

อาการของเด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการ
  -มีพัฒนาการล่าช้าซึ่งอาจจะพบมากกว่า 1 ด้าน
  -ปฏิกิริยาสะท้อน (primitive reflex) ไม่หายไปแม้จะถึงช่วงอายุที่ควรจะหายไป

แนวทางการวินิจฉัยเด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการ
            1. การซักประวัติ
            2. การตรวจร่างกาย
            3. การสืบค้นทางห้องปฏิบัติการ
            4. การประเมินพัฒนาการ

การประเมินที่ใช้ในเวชปฏิบัติ
-แบบทดสอบ Denver II
-Gesell Drawing Test 
-แบบประเมินพัฒนาการเด็กตามคู่มือส่งเสริมพัฒนาการเด็กอายุแรกเกิด - ปี สถาบันราชานุกูล


                        กิจกรรม  GESELL DRAWING TEST


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ การ์ตูนน่ารักๆ เคลื่อนไหว
สิ่่งที่ได้รับ  
ได้รู้ว่าแท้จริงและเด็กพิเศษสามารถเรียนรวมกับเด็กปกติได้
ประเมินตนเอง
มาเรียยนตรงเวลา
แต่งตัวถูกต้องตามระเบียบ
ตั้งใจเรียนและทำงานที่ได้รับมอบหมาย
ประเมินเพื่อน
เพื่อนๆตั้งใจเรียนแต่งตัวถูกต้องตามระเบียบและตั้งใจฟังที่อาจารย์สอน
ประเมินอาจารย์ 
อาจารย์สอนเข้าใจใช้คำพูดที่เข้าใจง่ายเป็นกันเองกับนักศึกษาและสอนสนุกไม่น่าเบื่อ